ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาท่าเพชร กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


  

ที่ตั้ง

จ.สุราษฎร์ธานี

พื้นที่

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปี พ.ศ. 2508 ได้มีการประกาศกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 กำหนดให้ป่าเขาท่าเพชร ตำบลมะขามเตี้ย อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นป่าสงวนแห่งชาติ มีเนื้อที่ 2,906 ไร่ (4.65 ตารางกิโลเมตร) โดยมีพื้นที่อยู่ในความรับผิดชอบของป่าไม้เขตสุราษฎร์ธานี และได้พิจารณาเห็นว่ามีพื้นที่เหมาะสมเพื่อรักษาสภาพป่า ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ และเหมาะสมต่อการพักผ่อนหย่อนใจ จึงได้จัดตั้งเป็น "วนอุทยานเขาท่าเพชร" เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าไปใช้สถานที่ได้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2529 กรมป่าไม้ โดยกองอนุรักษ์สัตว์ป่าเดิม ได้ทำการสำรวจพื้นที่ วนอุทยานเขาท่าเพชร เห็นว่า เหมาะสมที่จะตั้งเป็นสถานที่ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติด้านป่าไม้และสัตว์ป่าแก่ประชาชนทั่วไป จึงได้ยกเลิก "วนอุทยานเขาท่าเพชร" จัดตั้งเป็น "ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาท่าเพชร" เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2519 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อหน่วยงานเป็น "สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร"

การติดต่อ

ส่วนส่งเสริมและเผยแพร่ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร 025610777 ต่อ 708,756

พื้นที่

2906 ไร่

สภาพภูมิประเทศ

ประกอบด้วยภูเขาขนาดย่อมติดต่อกัน 3 ลูก ทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีหน้าผาสูงชันมาก บริเวณเชิงเขาโดยรอบเป็นที่ราบและมีพื้นที่ราบแคบ ๆ บนสันเขาบางตอน ยอดเขาลูกกลางสูงที่สุด สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 210 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุศรีสุราษฎร์ฯ และเป็นที่ตั้งสำนักงานสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร ลักษณะหินเป็นหินแกรนิต ดินเป็นดินลุกรังปนทรายดูดซับน้ำได้ไม่ดีนัก

สภาพภูมิอากาศ

มีลักษณะภูมิอากาศเช่นเดียวกับภาคใต้โดยทั่ว ๆ ไป คือ ค่อนข้างอบอุ่น ชื้นเกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 25 องศาเซลเซียส สูงสุดประมาณ 30 องศาเซลเซียส และเฉลี่ยต่ำสุดประมาณ 18 องศาเซลเซียส แบ่งฤดูกาลออกเป็น 2 ฤดู คือ 1. ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนเมษายน 2. ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนธันวาคม ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,636.8 มิลลิเมตรต่อปี จำนวนวันที่ฝนตกเฉลี่ย 163.2 วัน และจากสภาพการณ์ในปัจจุบันอากาศแปรปรวน มักจะมีลมพายุและฝนตกหนักในช่วงเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน ในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา

การเดินทาง

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และเครื่องบิน จากนั้นเดินทางไปยังสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าโดยทางรถยนต์ไปตามทางหลวงหมายเลข 4009 (บ้านดอน-นาสาร) แยกเข้าสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 5 ประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีรถโดยสารผ่านคือ 1. รถโดยสารขนาดใหญ่ มี 2 สาย คือ สายสุราษฎ์ธานี-บ้านนาสาร และสายสุราษฎร์ธานี-กระบี 2. รถโดยสารขนาดเล็ก สายวิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี และสายนิคมขุนทะเล 3. รถโดยสารสี่ล้อเล็ก (ตุ๊กตุ๊กจาก อำเภอเมือง ถึงสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า จ้างเหมาเที่ยวละ 50 บาท)

พืชพื้นถิ่น

ในอดีตป่าเขาท่าเพชรเป็นป่าดงดิบชื้น แต่ได้ผ่านการทำไม้มาแล้ว ประกอบกับการบุกรุกพื้นที่ของราษฎรบริเวณที่ราบเชิงเขาเพื่อทำการปลูกพืชสวนต่าง ๆ จึงทำให้เกิดไฟป่าขึ้นทุกปี สภาพป่าในปัจจุบันจึงเปลี่ยนไปโดยแบ่งออกได้ดังนี้ 1. ป่าดงดิบแล้ง (Hill Evergreen Forest) มีพื้นที่ประมาณ 75 % พันธุ์ไม้ได้แก่ เคี่ยม ตะเคียนทราย ยาาง เทพทาโร เป็นต้ 2. ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) มีพื้นที่ประมาณ 25 % พันธุ์ไม้ได้แก่ กระบก คอแลน มะหาด ขนุนนก เป็นต้ 3. ป่าหญ้าคา (Grassland) อยู่ในพื้นที่ราบเชิงเขา มีเนื้อที่ประมาณ 900 ไร่ กรมป่าไม้ได้ปลูกสวนป่าขึ้นทดแทนไม้ที่ถูกทำลาย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอใช้พื้นที่นี้ต่อกรมป่าไม้เพื่อจัดตั้งเป็นวิทยาเขต จำนวน 400 ไร

สัตว์พื้นถิ่น

สัตว์ป่าที่พบเห็นโดยทั่วไปบริเวณป่าเขาท่าเพชร คือ หมูป่า กระจงหนู ไก่ป่า ชะมด อีเห็น พังพอน พระยากระรอกบิน เม่น ลิง ค่าง ตะกวด กิ่งก่าบิน งู และนกชนิดต่าง ๆ เช่น นกกางเขนดง นกเขาเปล้า นกแซงแซว นกตบยุง นกหัวขวาน นกกระปูด นกกินปลี เป็นต้น ในระหว่างเดือนตุลาคม-เดือนมกราคมของทุกปี จะมีนกเงือกประมาณ 5-10 ตัว บินมาจากทางทิศตะวัออกและมาแวะพักที่เขาท่าเพชร 3-5 วัน จากนั้นจึงบินต่อไปยังเขาหัวควาย อำภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สัตว์ป่าที่ทางสถานีเลี้ยงไว้ในกรงมีประมาณ 40 ชนิด จำนวนประมาณ 175 ตัว แบ่งออกเป็ 1. สัตว์ป่าสงวน ได้แก่ เลียงผา 2. สัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ นกยูง เนื้อทราย ไก่ฟ้า นกหว้า ชะนี เก้ง ค่าง กวาง นาก ลิง นกอีล้ำ นกอีโก้ง นกกระสาคอขาวปากแดง นกกาฮัง นกขุนแผน นกชาปีไหน เป็ดแดง ฯลฯ

สถานที่แนะนำ