ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า เขาพระแทว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช


  

ที่ตั้ง

จ.ภูเก็ต

พื้นที่

ภาคใต้

ประวัติความเป็นมา

นโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมากำหนดเป้าหมายที่จะพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญทางภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อให้เป็นแหล่งดึงดูดใจของประชาชน กรมป่าไม้ จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการสำรวจ และพบว่า ป่าสงวนแห่งชาติป่าควนเขาพระแทว มีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิดและแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของจังหวัดภูเก็ต โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกโตนไทร เป็นสถานที่ที่ชาวภูเก็ตนิยมใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจอยู่แล้ว กรมป่าไม้จึงได้จัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขาพระแทว ขึ้นเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2520 เนื้อที่ประมาณ 13,925 ไร่ หรือ 22.28 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันเปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาตินี้ใหม่เป็น "สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ปาเขาพระแทว"

การติดต่อ

ส่วนส่งเสริมและเผยแพร่ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร 025610777 ต่อ 708,756

พื้นที่

สภาพภูมิประเทศ

พื้นที่ป่าเทือกเขาพระแทวมีความยาวตลอดเหนือจดใต้ของอำเภอถลาง ทางตอนใต้มีลักษณะเป็นภูเขาตั้งอยู่โดดเด่นแยกจากเทือกเขาออกมาอย่างชัดเจน มีความสูงประมาณ 380-400 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขาพระแทวมีความลาดชันสูงประกอบด้วย ลุ่มนาขนาดเล็ก ทำให้เกิดกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเวลาฝนตก ไหลมารวมกันออกสู่น้ำตกโตนไทร น้ำตกบางแปและลำห้วยต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ ในส่วนของท้องลำธารภายในสถานีฯ เขาพระแทว ประกอบด้วยหินแกรนิตที่โผล่พ้นน้ำมามากมาย ช่วยในการชลอความเร็วของน้ำและช่วยให้น้ำไหลซึมลงสู่ดินได้มากขึ้น บางพื้นที่ที่ลาดเอียงประกอบด้วยก้อนกรวดขนาดเล็กที่เกิดจากการแตกสลายของหิน ทำให้เกิดดินสีเหลืองครอบคลุมพื้นดนของเทือกเขานี้ และเป็นที่มาของฮิวมัสสีน้ำตาลที่อยู่ผิวหน้าดิน ดินในบริเวณนี้จึงมีลักษณะร่วนซุย

สภาพภูมิอากาศ

ป่าเทือกเขาพระแทวมีสภาพภูมิอากาสแบ่งออกเป็น 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน ฤดูฝนมีระยะเวลานาน 8 เดือน คือ ตั้งแต่เดือนเมษายน-เดือนพฤศจิกายน ส่วนฤดูร้อนมีระยะเวลา 4 เดือน คือ ตั้งแต่ธันวาคม-เดือนมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 28 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 31 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 23 องศาเซลเซียส ในฤดูฝนมีฝนตกเฉลี่ยประมาณ 180 วันต่อปี ปริมารน้ำฝนที่ตกเฉลี่ยประมาณ 2,350-2,700 มิลลิเมตรต่อปี ขึ้นกับความผันแปรของลมมรสุม

การเดินทาง

ทางรถยนต์ เดินทางจากสถานีขนส่งสายใต้ โดยรถโดยสารไปลงสี่แยกอำเภอถลาง จากนั้น โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างไปยังสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว ทางเครื่องบิน เดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ถึงท่าอากาศยานภูเก็ต จากนั้น โดยสารรถลีมูซีน ไปยังสี่แยกถลางเลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการสถานีฯ สถานที่ติดต่อ 1. ฝ่ายพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ เลขที่ 61 ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทรศัพท์ 0-2561-4292,0-2561-4293 ต่อ 708,756 2. สำนักงานป่าไม้จังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 โทรศัพท์ (076) 211067 3. สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110

พืชพื้นถิ่น

สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทวมีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้น พบไม้มีค่าทางเศรษฐกิจในตระกูลยางและตะคียนเป็นไม้หลัก ส่วนไม้ที่มีค่ารองลงไปมีเรือนยอดสูงเด่นจัดเป็นไม้ชั้นบน ได้แก่ หลุมพอ ตีนเป็ด ตาเสือ สะตอ เหรียง หนุนปาน สังเครียด เลือดควาย มะปริง ก่อหมู คอแลน มังคาก ปออีเก้ง มะกอก มะเกลือ มะมุด ยอป่า ตะแบก นอกจากไม้ชั้นบนแล้วยังประกอบด้วยไม้พื้นล่าง ซึ่งต้องการความชื้นสูงเป็นพืชคลุมดิน ได้แก่ เฟิร์นต่าง ๆ เช่น เฟิร์นก้านดำ เฟิร์นหางสิงห์ เฟิร์นผักกูด เป็นต้น ไม้เลื้อย ได้แก่ เถาวัลย์ พลูป่า พวกหวายต่าง ๆ เช่น หวายกำพวน หวายตะคร้าทอง หวายแส้ม้า หวายหิน เป็นต้น ไม้ที่ขึ้นเป็นกอ ได้แก่ ส้มเสี้ยว เสน่ห์จันทร์เขียว วาสนาป่า กำลังหนุมาน นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ชนิดต่าง ๆ เช่น หมากเจใบลาย ไม้เท้าฤาษี กล้วยป่า หมากเขียว เต่าร้าง ระกำป่า ผกากรอง ชงโค และไม้ไผ่

สัตว์พื้นถิ่น

พบเห็นทั่วไปตามบริเวณสถานีฯ ได้แก่ ลิง ชะนี ชะมด กระรอก กระจง หมูป่า และสัตว์อื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีนกมากกว่า 100 ชนิด จุดเด่นที่น่าสนใจ น้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยที่สุดในจังหวัดภูเก็ต มีบริเวณที่ตกแต่งให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ศาลาพักผ่อน ห้องน้ำ ไว้คอยรับรองนักท่องเที่ยว ทางเดินศึกษาธรรมชาติ ภายในสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาพระแทว มี 3 เส้นทาง สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาสภาพธรรมชาติของป่าเขาพระแทว ปาล์มหลังขาว หรือปาล์มเจ้าเมืองถลาง เป็นพรรณไม้ที่หายาก และค้นพบเพียงแห่งเดียวในโลก

สถานที่แนะนำ